ข่าวคนห่วงหัว สสส. จับมือจังหวัดลำพูน เปิดโครงการสังคมไทยห่วงใยใส่หมวกให้ลูกหลาน

27 มิถุนายน 62 / อ่าน : 462

คนห่วงหัว – สสส.  จับมือจังหวัดลำพูน 

เปิดโครงการสังคมห่วงใยใส่หมวกให้ลูกหลาน 

 

วันนี้ ( 27 มิถุนายน 2562 ) ณ ห้องประชุมศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน 

 

              นายวรยุทธ เนาวรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการสังคมไทยห่วงใยใส่หมวกให้ลูกหลาน จังหวัดลำพูน โดยมีนายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เลขาธิการชมรมคนห่วงหัว หัวหน้าหน่วยราชการ ผู้แทนภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุภาครัฐ ภาคเอกชน  ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน สื่อมวลชน จังหวัดลำพูน ให้เกียรติร่วมประชุมกันเป็นจำนวนมาก

นายวรยุทธ เนาวรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 

จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่มีการใช้รถจักรยานยนต์มากจังหวัดหนึ่ง พฤติกรรมที่น่าห่วงใยก็คือการไม่สวมหมวกกันน็อก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองมีความเชื่อว่าการขับขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งบุตรหลานระยะใกล้ ๆ ไม่อันตรายอะไร ซึ่งถือเป็นความเข้าใจที่ผิด ซึ่งในทางกฎหมายการที่พ่อแม่ผู้ปกครองนำบุตรหลานนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกกันน็อก ถือว่ามีความผิดตาม พรบ.จราจรทางบก มีโทษปรับ

ไม่เกิน 500 บาท และพรบ.คุ้มครองเด็กมาตรา 26 (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  แต่ในทางปฏิบัติเป็นเรื่องยากที่จะสามารถบังคับใช้กฎหมายในการจับเด็กเยาวชนไม่สวมหมวกกันน็อกได้ จังหวัดลำพูน จึงได้ร่วมกับชมรมคนห่วงหัวในมูลนิธิเมาไม่ขับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  จัดประชุมโครงการสังคมไทยห่วงใยใส่หมวกให้ลูกหลาน จังหวัดลำพูน ขึ้น ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจะเชิญชวนชาวลำพูน ทุกหมู่เหล่าร่วมกันระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางในการปกป้องความปลอดภัยของเด็ก ๆ ในจังหวัดลำพูนให้เกิดความปลอดภัย เมื่อต้องโดยสารรถจักรยานยนต์ และสามารถจัดหาหมวกนิรภัยให้เด็กทุกคนได้สวมใส่

 

นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการชมรมคนห่วงหัวและเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า

เด็กเมื่อเกิดมาจำต้องได้รับการปกป้องดูแลจากพ่อแม่ผู้ปกครอง โดยพาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคจากบาดทะยัก  โรคคอตีบ ไอกรน โปลิโอ ฯลฯ และถือเป็นหน้าที่ที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทำไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ การจัดหาหมวกกันน็อกใส่ให้บุตรหลานเมื่อนำเขาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ก็เหมือนกับการฉีดวัคซีนป้องกันศีรษะให้กับบุตรหลาน ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะยินยอมหรือไม่ ถือเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ผู้ปกครอง แต่ในความเป็นจริง ทุกวันนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองละเลย ไม่ใส่ใจ ด้วยเหตุผลสารพัด ทำให้มีเด็ก ๆ นับล้านชีวิต ที่อยู่บนรถจักรยานยนต์มีความเสี่ยงที่จะได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะเสียชีวิต บาดเจ็บหรือพิการ ชมรมคนห่วงหัว จึงขอเชิญชวนชาวลำพูนมาร่วมแรง ร่วมใจกันหาแนวทางช่วยกันทำให้ลูกหลานชาวขอนแก่นปลอดภัย มีหมวกนิรภัยใส่ เพื่อลดความรุนแรงเมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ บนท้องถนน นายแพทย์แท้จริง กล่าว




ความคืบหน้าคดีดัง



QR Code DDD Line
ddd025750101